การสอบ Google Certified Educator Level 2

เข้าเว็บ educertifications.google  เลือก Register กรอกชื่อ เป็นภาษาอังกฤษ ตอบคำถามเพื่อลงทะเบียน

  • เลือกลงทะเบียนในหัวข้อที่ต้องการ ในที่นี้คือ Google Certified Educator Level 2
  • ลงทะเบียนเสร็จ และ จะสอบเลย ให้กด Take Exam และก็ดำเนินการเข้าสอบ
  • ข้อสอบมีแบบปรนัย ประมาณ 25 ข้อ
  • มี Lab 3 หัวข้อ คือ Google Classroom, Google Calendar, Google Slides อย่างละ 1 ชม
  • สอบ Lab คนละเวลา กับสอบปรนัยได้
  • ทั้งตอนสอบปรนัย เราก็เข้าไปในแอปต่างๆ เพื่อลองทำได้ค่ะ เช่น เข้าไปใน gmail ของเราได้ เพื่อดูฟีเจอร์ที่เค้าถามในข้อสอบ ว่ามันอยู่ตรงไหน ทำแบบที่เค้าว่าได้ไหม
  • ข้อสอบแต่ละ Lab ก็มาสอบคนละเวลาได้ ภายใน 14 วัน เค้าจะมีอีเมล์มาบอกว่าภายในวันไหน แนะนำว่าอย่าให้ถึงวัน deadline เพราะไม่รู้ว่า เวลาที่เค้าหมายถึงคือ เวลาประเทศไทยหรือเปล่า ทำให้เสร็จก่อนหมดอายุ 1 วันดีกว่า
  • แต่ถ้าเปิดข้อสอบไหนมาทำแล้วต้องทำให้เสร็จในเวลา 1 ชม จริงๆ ถ้าคุ้นเคย ใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึง 15-30 นาทีด้วยซ้ำ ในแต่ละ lab
  • ข้อสอบตอนที่เป็น Lab เราจะต้อง login ด้วยอีเมล์ และ password ที่เค้าให้มา และ แนะนำให้ใช้ new window( incognito) คือ หน้าต่างแบบไม่ระบุตัวตน
  • ระหว่างสอบสามารถเช็คได้เลยว่า เราทำ Lab ถูกหรือไม่ เค้าก็จะบอกว่าเราได้กี% แล้ว  บางที ลืมเว้นวรรค ก็ไม่ได้ ดังนั้นต้องกดตรวจสอบดูด้วย
  • ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษ เมนูที่เราต้องทำ Lab ก็เป็นภาษาอังกฤษนะ ดังนั้นตอนซ้อม ก็ซ้อมฝึกเมนู ภาษาอังกฤษไปด้วย แต่ก็ใช้การแปลได้ บนเบราเซอร์ Chrome ได้เลย
  • ข้อสอบยังให้สอบฟรีอยู่ อาจจะได้ฟรีอีกไม่กี่เดือน ดังนั้นใครลังเล ลองไปสอบดู ได้ประสบการณ์ และ ได้เรียนรู้ไปด้วย เครื่องมือที่จะช่วยให้เราทำงานดีขึ้น ได้ Cert ด้วย ได้ Skill ด้วย

1. การบริหารจัดการห้องเรียน (Google Classroom & Google Meet)

  • Practice Sets: ฟีเจอร์สร้างแบบฝึกหัดที่ให้ Feedback ทันที มีระบบช่วยแนะนำ (Hints) และสามารถ Import ข้อสอบเก่าจาก PDF หรือ Google Form ได้

  • Co-teacher: ครูผู้ช่วยสามารถทำได้เกือบทุกอย่างเหมือนครูเจ้าของวิชา (ตรวจงาน, โพสต์งาน) ยกเว้นการลบคลาส

  • Originality Reports: ใช้ตรวจการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) ครูสามารถเปิดใช้เพื่อให้ทั้งนักเรียนและครูตรวจสอบความถูกต้องของแหล่งอ้างอิงได้

  • Private Comments: ใช้สื่อสารเฉพาะบุคคลเพื่อความเป็นส่วนตัวและการให้ Feedback ที่ตรงจุด (Personalized Learning)

  • Quiz Assignment: เมื่อใช้ Google Forms เป็นข้อสอบ การทำ Grade Importing เพื่อดึงคะแนนเข้า Classroom โดยตรง

  • Google Meet in Docs/Slides: เราสามารถกด Join หรือนำเสนอไฟล์เข้าไปใน Meet ได้โดยตรงจากหน้าไฟล์นั้นๆ เพื่อความสะดวกในการ Collaborate


2. การจัดการเอกสารขั้นสูง (Docs, Slides, Sheets)

  • Smart Chips: การพิมพ์ @ เพื่อแทรกข้อมูลคน, ไฟล์, วันที่ หรือกิจกรรมในปฏิทินแบบ Interactive

  • Emoji เพิ่ม Emoji
  • Compare Documents: ฟีเจอร์ใน Google Docs ที่ใช้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างไฟล์ 2 ไฟล์ (จะสร้างไฟล์ใหม่ที่ไฮไลต์จุดที่ต่างกันมาให้)

  • Paragraph Styles: การใช้ “Heading 1, 2, 3” เพื่อสร้างสารบัญ (Table of Contents) อัตโนมัติและจัดโครงสร้างเอกสาร

  • Translations: Google Docs สามารถแปลเอกสารทั้งฉบับเป็นภาษาอื่นได้ (มากกว่า 5 ภาษาแน่นอน) เพื่อสื่อสารกับนักเรียนหรือผู้ปกครองที่ใช้ภาษาต่างกัน

  • Google Sheets (Data):

    • Conditional Formatting: การเปลี่ยนสีเซลล์ตามเงื่อนไข (เช่น คะแนนน้อยกว่า 50 ให้เป็นสีแดง) ฟีเจอร์นี้เราชอบนะ ดีงาม ช่วยให้เห็นมุมมองที่ต่างๆ กัน

    • Statistics: การใช้ฟังก์ชันพื้นฐานเพื่อดูสถิติของ Column (Average, Median, Sum)

    • Filter : การฟิลเตอร์ข้อมูลที่ต้องการ 
  • Slides & Flashcards: การประยุกต์ใช้ Slides เพื่อทำสื่อการสอนแบบโต้ตอบ หรือแทรก Link ไปยังสไลด์หน้าอื่นภายในไฟล์เดียวกัน


3. การนัดหมายและทำงานร่วมกัน (Calendar & Gmail)

  • สร้าง event นัดหมายเป็น
  • Appointment Schedules: การสร้างตารางเวลาเพื่อให้คนอื่นมากดจองคิวพบปะ ฟีเจอร์นี้ดีงามสุดๆ ต้องไปหัดใช้กัน

  • Meeting Notes: การกดสร้าง Note จากใน Google Calendar ซึ่งจะดึงรายชื่อผู้ร่วมประชุมและรายละเอียดงานมาให้ใน Google Docs ทันที

  • Delegate Access (Gmail): การตั้งค่าให้คนอื่น (เช่น เลขาหรือผู้ช่วย) สามารถ Read and send emails on your behalf (อ่านและส่งอีเมลแทน) โดยไม่ต้องบอกรหัสผ่าน


4. เว็บไซต์และการเผยแพร่ (Google Sites)

  • สร้างเว็บไซต์ ด้วย Google Sites
  • Limited Access: การตั้งค่าสิทธิ์การเข้าชม Sites (Publish Settings) เช่น ให้ดูได้เฉพาะคนในองค์กร หรือเฉพาะคนที่ระบุชื่อเท่านั้น

  • Student Portfolios: การใช้ Sites ให้นักเรียนแต่ละคนสร้างหน้า Page ของตัวเองเพื่อเก็บสะสมผลงาน (Personalized Learning)


5. กลยุทธ์การสอน (Pedagogy)

  • Flipped Classroom: การให้นักเรียนศึกษาเนื้อหา (เช่น ดูวิดีโอ) มาจากบ้าน แล้วใช้เวลาในห้องเรียนเพื่อทำกิจกรรมหรืออภิปราย

  • Personalized Learning: การใช้เครื่องมือต่างๆ (เช่น Choice Boards ใน Slides หรือ Private Comments) เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของผู้เรียนแต่ละคน

 

6. การทำ Lab มี 3 หัวข้อ ได้แก่ Google Classroom

  • ต้องเคยใช้ Google Classroom ที่สร้างเป็นโมดูลมาก่อน แสดงว่าต้องรู้จักการสร้าง Assignment มอบหมาย กำหนดวันเวลาส่ง เพิ่มครูผู้ช่วย เพิ่มนักเรียนผ่านอีเมล์
  • ใช้ ประกาศใน Google Classroom การสร้าง Topic, การสร้าง Material
  • อย่าลืมว่าใน Lab เข้าไปต้องยืนยันว่า I am a Teacher ก่อน ไม่ใช่นักเรียน ไม่งั้นจะสร้างห้องเรียนไม่ได้

7. Lab Google Calendar

  • สร้าง Event ใน Google Calendar ระดับเชิงลึก เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น

  • การแจ้งเตือนต่างๆ การทำให้เป็น Live streaming
  • Google Calendar ถ้าในองค์กร หรือ การทำงาน ข้อนี้คนทำงานและ บริษัทใช้ Google Workspace น่าจะทำได้ทุกคน แนะนำว่าถ้าไม่ค่อยได้ใช้ ลองใช้ Google Calendar นัดหมายกับเพื่อนๆ และ ตั้งค่าที่หลากหลายร่วมกัน หัดทำบน Computer เพราะว่าเวลามาทำ Lab จะได้หาเมนูเจอ

8. Lab : Google Slides

  • เนื่องจากเป็น Google Certified Educator Level 2 อันนี้น่าจะยากสำหรับคนที่ไม่เคยใช้ อาจจะไม่คุ้นชิ้นกับเมนู
  • แนะนำให้หัดทำสไลด์ master ให้เป็น
  • สร้างสไลด์ ใส่รูป วีดโอได้
  • รู้จักการเปลียน Layout ด้วย
  • การทำ image placeholder ก็ต้องรู้ ว่ามันทำยังไง ไว้ใช้ใน เคสไหนได้บ้าง
  • สร้างแบ่งปัน ให้ Feedback หรือ Comment ให้เพื่อนมาร่วมกันทำงานบน Slides เดียวกัน
  • การเพิ่ม items ต่างๆ
  • ถ้าทำเป็น ถือว่าได้เรียนรู้ และ รับประกันการประหยัดเวลาทำงาน และ ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน

 

เรียกได้สำหรับผู้ใช้ประจำ และไดัเตรียมตัวฝึกฝนก่อนเข้าสอบ น่าจะทำได้ค่ะ

 

ทำผ่าน เรียกว่าภูมิใจกันเลย ว่าเราใช้ เครื่องมือ Google Workspace for Education สำหรับการศึกษาได้ระดับ 2 เลย

 

จารุณี สินชัยโรจน์กุล
เก๋ไก๋ไฮเทค ที่ปรึกษาการพัฒนาวิชาชีพครู Google Certified Innovator / Google Certified Trainer