อยากเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ใน Chromebook วันนี้เอา hidden app มาฝากกันค่ะ

1.Chrome Cursive

คือแอปพลิเคชันสำหรับ “จดบันทึกด้วยลายมือดิจิทัล” (Digital Handwriting Notes) ที่พัฒนาโดย Google โดยเฉพาะสำหรับ Chromebooks ที่รองรับปากกาสไตลัส (Stylus-enabled Chromebooks)

เป้าหมายหลักของ Cursive คือการมอบประสบการณ์การจดบันทึกที่ลื่นไหล เป็นธรรมชาติ และจัดระเบียบได้ง่าย คล้ายกับการจดบันทึกบนกระดาษ แต่ด้วยข้อดีของการเป็นดิจิทัล

สาระสำคัญและจุดเด่นหลักของ Cursive

  1. ออกแบบมาสำหรับปากกาสไตลัสและ Chromebooks  :  Cursive ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อให้ทำงานร่วมกับหน้าจอสัมผัสและปากกาสไตลัสบน Chromebook ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  2. ประสบการณ์การจดบันทึกที่ใช้งานง่าย  : อินเทอร์เฟซของ Cursive สะอาดตาและใช้งานง่ายมาก ทำให้สามารถเริ่มต้นจดบันทึกได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้ฟังก์ชันซับซ้อน โดยจะเน้นไปที่การเขียน, การวาดภาพประกอบง่ายๆ, และการจัดการบันทึกเป็นหลัก
  3. การจัดระเบียบอัจฉริยะ (Smart Organization)  :  
    • สมุดบันทึก (Notebooks)  :  สามารถจัดระเบียบโน้ตให้อยู่ใน “สมุดบันทึก” ต่างๆได้ (เช่น สมุดบันทึกวิชาคณิตศาสตร์, สมุดบันทึกการประชุม)
    • การรวมโน้ต (Combine Notes)  :  หนึ่งในฟีเจอร์เด่นคือคุณสามารถรวมหน้าบันทึก
    • หลายๆ หน้าเข้าด้วยกันได้ หรือจะแยกออกจากสมุดบันทึกก็ได้เช่นกัน
    • การย้ายโน้ต (Move Notes)  :  ย้ายโน้ตไปมาระหว่างสมุดบันทึกได้อย่างง่ายดาย
  4. ฟังก์ชันการแก้ไขขั้นพื้นฐาน  :  
    • ปากกา (Pen Tool  ):  มีตัวเลือกปากกาและไฮไลต์ที่หลากหลายสีและขนาดเส้น สามารถเลือกสีและขนาดเส้นได้ตามต้องการ
    • ยางลบ (Eraser Tool)  :  ลบส่วนที่ไม่ต้องการออกได้
    • เครื่องมือเลือก (Selection Tool)  :  สามารถเลือกส่วนของลายมือหรือรูปวาดเพื่อย้าย, ปรับขนาด, หรือหมุนได้
    • การแทรกภาพ (Image Insertion)  :  สามารถแทรกรูปภาพเข้าไปในโน้ตได้
    • การเว้นช่องว่าง (Space Tool)  :  สามารถ “ขยาย” พื้นที่บนหน้ากระดาษเพื่อเพิ่มเนื้อหาในภายหลังได้ โดยไม่ต้องเริ่มต้นหน้าใหม่ทั้งหมด
  5. การทำงานร่วมกับ Google Drive  :
    • โน้ตทั้งหมดที่สร้างใน Cursive จะถูกจัดเก็บและซิงค์กับ Google Drive  โดยอัตโนมัติ
    • ไม่ต้องกังวลว่าโน้ตจะหายไป และสามารถเข้าถึงได้จาก Chromebook เครื่องอื่นๆ ที่ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Google เดียวกัน
    • ไฟล์ที่จัดเก็บใน Drive จะอยู่ในรูปแบบไฟล์เฉพาะของ Cursive ซึ่งสามารถเปิดและแก้ไขได้ภายในแอป Cursive เท่านั้น
  6. ส่งออกเป็น PDF (Export to PDF)  :
    • สามารถส่งออกโน้ตของคุณเป็นไฟล์ PDF ได้ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการแชร์กับผู้อื่น หรือเก็บเป็นสำเนาที่ไม่สามารถแก้ไขได้

วิธีการเข้าถึงและเริ่มต้นใช้งาน

  1. ตรวจสอบอุปกรณ์  : ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Chromebook ของคุณรองรับการใช้งานปากกาสไตลัส (มักจะเป็นรุ่นที่หน้าจอพับได้หรือถอดจอได้)
  2. เข้าถึงแอป  :  พิมพ์ cursive.apps.chromeในแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ Chrome แล้วกด Enter

    หรือค้นหา “Cursive” ใน Launcher (เมนูแอป) ของ Chromebook (แอปอาจถูกติดตั้งมาล่วงหน้าแล้วในบางเครื่อง)

  1. สร้างโน้ตใหม่  : เมื่อเปิดแอป จะเห็นหน้าจอหลักที่มีตัวเลือกให้สร้าง “New Note” หรือ “New Notebook”
  2. เริ่มจด  : เลือกเครื่องมือปากกา, สี, และขนาด แล้วเริ่มเขียนหรือวาดบนหน้าจอได้เลย

โดยรวมแล้ว Cursive เป็นแอปพลิเคชันที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องมือจดบันทึกด้วยลายมือดิจิทัลที่รวดเร็ว, ใช้งานง่าย, และจัดระเบียบได้ดีบน Chromebook ที่รองรับปากกาสไตลัส เป็นการผสมผสานความรู้สึกของการจดบนกระดาษเข้ากับข้อดีของโลกดิจิทัลได้อย่างลงตัว.

อ้างอิง :  จดโน้ตโดยใช้ลายมือด้วย Cursive


2.  Chrome Canvas

สร้างภาพวาดด้วย Chrome Canvas  https://canvas.apps.chrome 

Canvas คือแอปพลิเคชัน “วาดภาพดิจิทัลอย่างง่าย” (Simple Digital Drawing App) ที่พัฒนาโดย Google และทำงานบนระบบปฏิบัติการ ChromeOS เป็นหลัก (ผ่านเบราว์เซอร์ Chrome)

เป้าหมายของ Canvas คือการมอบประสบการณ์การวาดภาพที่ตรงไปตรงมา เข้าถึงง่าย และสนุกสนาน สำหรับผู้ใช้ทุกระดับ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ต้องการสเก็ตช์ไอเดีย หรือสร้างสรรค์งานศิลปะง่ายๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีโปรแกรมที่ซับซ้อนหรือทักษะสูง

สาระสำคัญและจุดเด่นหลัก

  1. เข้าถึงง่ายและเป็นมิตรกับผู้เริ่มต้น:
    • Canvas ถูกออกแบบมาให้มีอินเทอร์เฟซที่สะอาดตาและเรียบง่ายมากๆ ทำให้ผู้ใช้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์วาดภาพดิจิทัลมาก่อนก็สามารถเริ่มต้นได้ทันที
    • ไม่มีการตั้งค่าที่ซับซ้อนหรือเมนูที่เยอะจนเกินไป
  2. เครื่องมือวาดภาพพื้นฐานที่ครบครัน: แม้จะเน้นความเรียบง่าย แต่ Canvas ก็มีเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการวาดภาพ:
    • ดินสอ (Pencil): สำหรับการสเก็ตช์หรือวาดเส้นบางๆ
    • ปากกา (Pen): สำหรับการวาดเส้นที่คมชัดและสม่ำเสมอ
    • ปากกามาร์กเกอร์ (Marker): ให้เอฟเฟกต์เหมือนปากกาเมจิก
    • ชอล์ก (Chalk): ให้พื้นผิวที่นุ่มนวลและมีเนื้อสัมผัส
    • ยางลบ (Eraser): สำหรับลบส่วนที่ไม่ต้องการ
    • การเลือกสี (Color Picker): สามารถเลือกสีจากจานสีมาตรฐาน หรือ เลือกสีจากภาพที่คุณกำลังวาดอยู่
    • ขนาดเส้น (Stroke Size): ปรับขนาดความหนาของเส้นได้
    • ความทึบแสง (Opacity): ปรับความทึบของสีได้ เพื่อสร้างเอฟเฟกต์โปร่งแสง
  3. ทำงานร่วมกับ Google Account และ Cloud Sync:
    • ภาพวาดทั้งหมดที่คุณสร้างใน Canvas จะถูกบันทึกและซิงค์กับบัญชี Google ของคุณโดยอัตโนมัติ
    • คุณสามารถเข้าถึงงานของคุณได้จากอุปกรณ์ ChromeOS หรือแม้แต่เบราว์เซอร์ Chrome อื่นๆ ที่ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีเดียวกัน
    • การซิงค์นี้ทำให้งานของคุณปลอดภัยและไม่สูญหาย
  4. การแทรกภาพ (Image Insertion):
    • สามารถนำเข้ารูปภาพ (เช่น รูปถ่ายหรือภาพกราฟิกอื่นๆ) เข้ามาเป็นพื้นหลังหรือเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาดได้
    • สิ่งนี้มีประโยชน์สำหรับการวาดทับ (tracing) หรือการเพิ่มองค์ประกอบที่มีอยู่แล้ว
  5. เลเยอร์ (Layers) – ฟีเจอร์ขั้นสูงที่ซ่อนอยู่:
    • แม้จะดูเรียบง่าย แต่ Canvas ก็รองรับการใช้งานเลเยอร์ (Layers) ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญในโปรแกรมวาดภาพดิจิทัล
    • วิธีเปิดใช้งาน: คลิกที่ไอคอนรูป “กล่องสี่เหลี่ยมซ้อนกัน” ทางด้านขวาของหน้าจอ (ถ้ามี) หรือบางครั้งอาจต้องกดที่ไอคอน “…” เพิ่มเติม
    • การใช้เลเยอร์ช่วยให้คุณวาดองค์ประกอบต่างๆ แยกกันได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ของภาพ ทำให้การแก้ไขและการปรับแต่งง่ายขึ้นมาก
    • คุณสามารถสร้างเลเยอร์ใหม่, ซ่อน/แสดงเลเยอร์, หรือเปลี่ยนลำดับของเลเยอร์ได้
  6. การส่งออกภาพ (Export Image):
    • สามารถบันทึกภาพวาดของคุณเป็นไฟล์ภาพ (เช่น JPG หรือ PNG) เพื่อนำไปใช้ต่อในแอปพลิเคชันอื่นๆ หรือแชร์กับเพื่อนได้

วิธีการเข้าถึงและเริ่มต้นใช้งาน

  1. เข้าถึงแอป:
    • พิมพ์ “canvas.apps.chrome” ในแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ Chrome แล้วกด Enter
    • หรือค้นหา “Canvas” ใน Launcher (เมนูแอป) ของ Chromebook (แอปอาจถูกติดตั้งมาล่วงหน้าแล้วในบางเครื่อง)
  2. สร้างภาพวาดใหม่: เมื่อเปิดแอป คุณจะเห็นหน้าจอหลักที่มีภาพวาดที่คุณเคยทำไว้ และตัวเลือกให้สร้าง “New drawing”
  3. เริ่มวาด: เลือกเครื่องมือ, สี, และขนาด แล้วเริ่มสร้างสรรค์งานศิลปะของคุณได้เลย

โดยสรุปแล้ว Canvas เป็นแอปพลิเคชันวาดภาพดิจิทัลที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบง่าย, ความสะดวกในการเข้าถึง, และการทำงานที่ผสานรวมกับ Google Account เป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสเก็ตช์ไอเดีย, การวาดภาพประกอบง่ายๆ, และการเรียนรู้องค์ประกอบพื้นฐานของการวาดภาพดิจิทัล

อ้างอิง :  สร้างภาพวาดด้วย Chrome Canvas


3.  Screencast

https://screencast.apps.chrome 

Screencast คือ “แอปพลิเคชันบันทึกหน้าจอพร้อมการบรรยายและเครื่องมือแก้ไขอย่างง่าย” ที่พัฒนาโดย Google สำหรับ ChromeOS (Chromebooks) โดยเฉพาะ

เป้าหมายหลักของ Screencast คือการช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างวิดีโอสาธิต, บทเรียน, หรือการนำเสนอที่น่าสนใจได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอที่ซับซ้อน มันถูกออกแบบมาเพื่อรวมการบันทึกหน้าจอ, เสียงบรรยาย, และการแก้ไขพื้นฐานไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

สาระสำคัญและจุดเด่นหลัก

  1. การบันทึกหน้าจอที่ง่ายดาย:
    • บันทึกได้ทั้งหน้าจอ: สามารถเลือกบันทึกหน้าจอทั้งหมด, หน้าต่างแอปพลิเคชันเฉพาะ, หรือพื้นที่ที่เลือกไว้บนหน้าจอได้
    • บันทึกพร้อมเสียง: บันทึกเสียงจากไมโครโฟนของคุณพร้อมกับการบันทึกหน้าจอ ทำให้เหมาะสำหรับการบรรยายหรืออธิบาย
    • บันทึกจากกล้องหน้า (Webcam): สามารถบันทึกภาพจากกล้องหน้าของคุณไปพร้อมๆ กับหน้าจอได้ (Picture-in-Picture) ซึ่งเหมาะสำหรับบทเรียนที่ต้องการให้ผู้สอนปรากฏบนจอด้วย
  2. เครื่องมือแก้ไขวิดีโออย่างง่ายในตัว (Basic In-App Editing):
    • การตัดต่อ (Trimming): คุณสามารถตัดส่วนที่ไม่ต้องการของวิดีโอออกได้ (เช่น ช่วงเริ่มต้นหรือสิ้นสุด) โดยตรงในแอป โดยไม่ต้องส่งออกไปแก้ไขที่อื่น
    • การบรรยาย (Narration): สามารถเพิ่มหรือแก้ไขเสียงบรรยายได้หลังจากบันทึกหน้าจอไปแล้ว
    • คำอธิบายประกอบด้วยปากกา (Pen Annotations): ใช้ปากกาสไตลัส (หาก Chromebook รองรับ) เพื่อวาดหรือเขียนลงบนวิดีโอขณะบันทึก หรือเพิ่มคำอธิบายประกอบหลังบันทึก
    • ภาพประกอบ (Markup): สามารถเพิ่มเส้น, วงกลม, หรือข้อความลงไปในวิดีโอเพื่อเน้นจุดสำคัญได้
  3. การถอดเสียงอัตโนมัติ (Automatic Transcriptions):
    • แปลงเสียงเป็นข้อความ: Screencast มีฟีเจอร์ที่สามารถถอดเสียงคำพูดของคุณในการบรรยายให้กลายเป็นข้อความ (Transcription) ได้โดยอัตโนมัติ
    • ค้นหาและแก้ไข: ข้อความที่ถอดออกมาสามารถค้นหาได้ ทำให้ง่ายต่อการหาข้อมูลในวิดีโอ และยังสามารถแก้ไขข้อความที่ถอดมาได้ด้วย
    • สร้างคำบรรยายภาพ (Captions): ข้อความที่ถอดออกมานี้สามารถใช้เป็นคำบรรยายภาพ (Captions) สำหรับวิดีโอของคุณได้ ทำให้วิดีโอเข้าถึงได้ง่ายขึ้น (accessibility)
  4. การจัดเก็บและแชร์ (Storage & Sharing):
    • จัดเก็บใน Google Drive: วิดีโอ Screencast จะถูกจัดเก็บไว้ใน Google Drive ของคุณโดยอัตโนมัติ ทำให้เข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์และปลอดภัย
    • ลิงก์ที่แชร์ได้: สามารถสร้างลิงก์สำหรับแชร์วิดีโอ Screencast ของคุณกับผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย
    • การดูแบบโต้ตอบ: ผู้รับชมสามารถดูวิดีโอพร้อมกับคำบรรยายที่สร้างโดยอัตโนมัติ และสามารถข้ามไปยังส่วนต่างๆ ของวิดีโอได้โดยการคลิกที่ข้อความในคำบรรยาย
  5. ผสานรวมกับ ChromeOS:
    • ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ ChromeOS ได้อย่างราบรื่น
    • ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติสำหรับผู้ใช้ Chromebook
    • ไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมที่ซับซ้อน

ใครที่เหมาะจะใช้ Screencast?

  • ครูผู้สอน: สำหรับการสร้างบทเรียนวิดีโอ, คำอธิบายการบ้าน, สาธิตการใช้งานโปรแกรม, หรือให้ฟีดแบ็กแก่นักเรียน
  • นักเรียนนักศึกษา: สำหรับการสร้างงานนำเสนอ, อธิบายโปรเจกต์, หรือบันทึกการเรียนรู้ของตนเอง
  • พนักงานออฟฟิศ: สำหรับการสร้างวิดีโอสาธิตการใช้งานซอฟต์แวร์, การนำเสนอข้อมูล, หรือการฝึกอบรมภายในองค์กร
  • นักพัฒนา/ผู้สนับสนุนด้านเทคนิค: สำหรับการสร้างคู่มือการใช้งาน, การรายงานข้อบกพร่อง (bug reports), หรือการแก้ไขปัญหา
  • ใครก็ตามที่ต้องการบันทึกหน้าจอ: โดยเฉพาะผู้ใช้ Chromebook ที่ต้องการเครื่องมือที่รวดเร็ว, ใช้งานง่าย, และมีฟีเจอร์ครบครันสำหรับการสร้างวิดีโอสั้นๆ พร้อมคำบรรยาย

วิธีการเข้าถึงและเริ่มต้นใช้งาน

  1. ผ่าน Launcher: ค้นหา “Screencast” ใน Launcher (เมนูแอป) ของ Chromebook (แอปอาจถูกติดตั้งมาล่วงหน้าแล้ว)
  2. เริ่มบันทึก:
    • เปิดแอป Screencast
    • เลือกพื้นที่ที่ต้องการบันทึก (เต็มจอ, บางส่วน, หน้าต่าง)
    • เปิดไมโครโฟนและกล้องหน้า (ถ้าต้องการ)
    • กดปุ่มบันทึก
  3. แก้ไขและแชร์: หลังจากบันทึกเสร็จ วิดีโอจะปรากฏในแอป คุณสามารถแก้ไข, เพิ่มคำบรรยาย, และสร้างลิงก์สำหรับแชร์ได้ทันที

ข้อควรพิจารณา

  • ใช้งานบน ChromeOS เท่านั้น: Screencast เป็นแอปเฉพาะสำหรับ Chromebook ไม่สามารถใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการอื่น (Windows, macOS)
  • การแก้ไขพื้นฐาน: แม้จะมีเครื่องมือแก้ไข แต่ก็เป็นแบบพื้นฐาน ไม่ได้มีฟังก์ชันการตัดต่อขั้นสูงเหมือนโปรแกรมตัดต่อวิดีโอเฉพาะทาง
  • คุณภาพการถอดเสียง: การถอดเสียงอัตโนมัติอาจยังไม่สมบูรณ์ 100% โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวน หรือสำเนียงที่ไม่คุ้นเคย อาจต้องมีการแก้ไขด้วยตนเอง
  • ทรัพยากรเครื่อง: การบันทึกหน้าจอและกล้องไปพร้อมกันอาจใช้ทรัพยากรเครื่องพอสมควร หาก Chromebook มีสเปกต่ำ อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง

โดยสรุปแล้ว Screencast เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและใช้งานง่ายสำหรับผู้ใช้ Chromebook ที่ต้องการสร้างวิดีโอบันทึกหน้าจอพร้อมคำบรรยาย มันช่วยลดความซับซ้อนในการผลิตวิดีโอ และทำให้การสื่อสารด้วยภาพและเสียงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก

 

จารุณี สินชัยโรจน์กุล
เก๋ไก๋ไฮเทค ที่ปรึกษาการพัฒนาวิชาชีพครู Google Certified Innovator / Google Certified Trainer